ไม่มีหมวดหมู่

ตัวอย่าง บันทึกการอ่าน 20 เรื่อง สั้นๆ

บันทึกการอ่าน เกิดจากการทำบันทึกช่วยจำ สรุปเอาเฉพาะใจความสำคัญของเรื่อง คือการนำเสนอ แล้วอาจมาเผยแพร่ หรือเก็บไว้เป็นเฉพาะของตนเอง เมื่อบันทึกเนื้อหาเสร็จ ก็ตีแผ่ความคิด ซึ่งเสนอได้ทั้ง ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน และข้อคิดที่ได้จากตัวเราเอง  และสำหรับน้องๆคนไหน อยากลองทำดูบ้าง ก็มีตัวอย่างให้ดู เป็นการรวบรวมตัวอย่างบันทึกการอ่านสั้นๆ 20 เรื่อง แล้วถ้าน้องๆได้ลองทำด้วยตนเองแล้วจะช่วยฝึกให้มีนิสัยเป็นคนรักการอ่าน และมีความสามารถในเรื่องความจำรวมถึงการวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆได้อย่างดีอีกด้วย  ลองทำเล่นๆแข่งกับเพื่อนๆ ก็จะเกร๋ไม่น้อยเลยยย  ^^

--- Advertise ----



 

เด็กชายจากดาวอื่น

เขียน :  วาวแพร

เล่าเรื่องผ่านเด็กชายปานที่มีนิ้ว มือ ๑๑ นิ้ว มีปานสีแดงน่าเกลียดที่แก้มซ้ายและพูดติดอ่าง เด็กฅนที่ ๒๕ จาก จำนวน ๔๙ ฅน ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ของเด็กๆ ที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ความคิดต่อบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องใน ชีวิต ถ้อยคำ และการแสดงออกของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก

เป็นเพียงเรื่องของเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง จากพ่อแม่ ซึ่งอาจไม่ต้องการหรือไม่พร้อมที่จะมี แล้ว ‘แม่หมอเพ็ญ’ จำเป็น ต้องบอกเด็กๆ ที่ตนเก็บมาเลี้ยงดูว่าพวกเขามาจากดาวดวงอื่น เพื่อตัดปัญหา ทางจิตใจของเด็กที่ยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ก่อนที่จะเปิดเผยความจริงให้ ทราบเมื่อพวกเขาโตมากพอ

ในโลกนี้และสังคมนี้ มีเด็กประเภทที่ ‘มาจาก ดาวอื่น’ เป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะยังไม่สามารถทำให้ ‘รัก’ พวกเขาได้ ก็ขอให้ ทำตัวเป็น ‘เทวดานางฟ้า’ สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี เพราะแม้พวกเขาจะ ‘มา จากดาวอื่น’ แต่ความจริงก็คือ ในขณะนี้ทุกฅนต่างอยู่บนดาวดวงเดียวกัน และ ถ้าหากตัวเองต้องกลายเป็น ‘เด็กจากดาวอื่น’ บ้าง จะรู้สึกอย่างไร

ลูกอีสาน

ลูก อีสาน เป็นหนังสือซีไรต์เล่มแรกของไทย และได้รับรางวัลอีกมากมาย ถ่ายทอดสดจากปลายปากกาของ คำพูน บุญทวี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ได้รับการยกย่อง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2544

เรื่อง ราวของ ลูกอีสานนั้น เป็นการนำเสนอเกร็ดชีวิตของผู้เขียน (คำพูน บุญทวี) สะท้อนความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ สังคม และประเพณีของชาวที่ราบสูงดินแดนอีสาน ผ่านตัวละคร เด็กน้อยที่ชื่อว่า “คูน” และพ่อ พร้อมทั้งการดำเนินชีวิตของชาวชุมชนที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความแร้นแค้น ที่หล่อหลอม พวกเขาให้เป็น “ลูกอีสาน” อย่างแท้จริง และจากการที่ผมได้รับชมหลายครั้ง สิ่งที่ได้มองเห็นคือ การรักถิ่นฐานบ้านเกิดของพ่อของคูณ เพราะ ณ ช่วงเวลานั้น ภาคอีสานได้เกิดความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก ผู้คนก็มีการอพยพถิ่นฐานกันเป็นจำนวนมากเพื่อไปแสวงหาถิ่นฐานแห่งใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีของครอบครัวตนเอง แต่พ่อคุณกลับไม่ยอมย้ายถิ่นฐานตามผู้คนเหล่านนั้นไป

เด็กชายที่ยังเลวไม่พอ

ชื่อเรื่อง…เด็กชายที่ยังเลวไม่พอ
ชื่อผู้แต่ง…เอลีน  โคลเวน
สำนักพิมพ์…เรจีนา  ปีที่พิมพ์…2544

มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อคลาวด์ เขาเป็นเด็กซึ่งเลวมากจนผู้คนที่อยู่ไกลและใกล้ได้ยินถึงคาวมซนของเขา ครั้งหนึ่งเมื่อมีคุณย่ามาอยู่กับเขาด้วยคลาวด์จับกบอ้วนมาไว้บนเตียงของ ท่าน  และอีกครั้งหนึ่งเมื่อคุณครูไม่ทันได้มองเขาก็เลื่อนเข็มนาฬิกาของ โรงเรียนทำให้เด็กๆได้กลับบ้านก่อนเวลาถึง2ชั่วโมง  และมีอีกที่เขาเลวมากคือเขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่สูงที่สุดในสวนแล้วผูกเสื้อ เชิ้ตตัวที่ดีที่สุดของคุณพ่อไว้บนกิ่งไม้ที่สูงที่สุดมันจึงโบกตามลมราวกับ ธง   คุณพ่อคุณแม่และพี่น้องของเขาได้ใช้ทุกวิธีทางที่จะหยุดความซุกซนของคลาวด์ และทำให้เขาเป็นเด็กดีขึ้นพวกเขาให้เขาอดอาหารและไม่ให้ไปดูละครสัตว์แต่มัน ก็ไม่เป็นผลและวันหนึ่งทุกคนในเมืองต่างได้ยินถึงความซนของคลาวด์และไม่นาน ข่าวก็แพร่กระจายไปถึงหูแม่มดซึ่งแก่ที่สุด น่าเกลียดที่สุดและชั่วร้ายที่สุดในอณาจักรก็ทราบข่าว   จึงมาหาเด็กชายคลาวด์ที่บ้านและก็จะมาพาตัวเด็กชายคลาวด์ไปที่โรงเรียนพ่อมด ที่มีแต่เด็กเลว

ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
การที่คลาวด์เป็นเด็กซนและเป็นเด็กที่ชอบแกล้งผู้อื่นทำให้คนในเมืองต่าง ก็ไม่ชอบนิสัยของคลาวด์จึงทำให้คลาวด์ไม่มีเพื่อนคบและพ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ อยากให้ลูกๆมาคบกับคลาวด์และก็ไม่ยอมให้ลูกของตนเองมาเล่นด้วยเด็ดขาดจึงทำ ให้คลาวด์ไม่มีเพื่อน

การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
1.  รู้จักทำตัวมีระเบียบเพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม
2.  รู้จักการแบ่งปั่นและช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน
3.  เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่

ข้อความที่ประทับใจ / ข้อคิดเห็นของนักเรียน
การที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งกลับตัวกลับใจเป็นคนดีถือว่าเป็นเรื่องที่น่า ยกย่องแก่เด็กผู้ชายคนนั้นที่คิดได้ว่าการที่เคยเป็นเด็กเลวทำให้คนอื่น เดือดร้อนและทำให้พ่อแม่พี่น้องต้องเสียใจมากและแล้วเขาก็คิดได้และกลายเป็น คนดีในสุด

รักพอดีๆ

ชื่อเรื่อง…รักพอดีๆ

ชื่อผู้แต่ง…อชิรญา  ณ  แจแปน

สำนักพิมพ์…บริษัท  แฮ๊ปปี้บุ๊ค  พับลิชชั่ง  จำกัด   ปีที่พิมพ์…2553

สาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน

ปริมาณความรักคงไม่สามารถวัดด้วยหน่วยวัดน้ำหนักได้   เพราะความรักเป็นเรื่องนามธรรมจับต้องไม่ได้  แต่สามารถสัมผัสรับรู้ความรู้สึกได้  รักแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี  จึงไม่สามารถกะเกณฑ์เป็นตัวเลขได้  มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่จะรู้ดีว่ารักแค่ไหนถึงจะพอดี

รักแบบพอดีมันต้องอาศัยองค์ประกอบของความรักและเหตุผล  รักแบบพอดีของคนๆหนึ่ง  ไม่จำเป็นต้องเท่ากับของอีกคนเสมอไปและไม่มีใครสามารถรกำหนดแทนกันได้  เพราะอย่างนี้คนที่รักในวัยเรียนต้องเป็นผู้กำหนดเอง โดยดูจากปัจจัยต่างๆเช่น  ความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน  ผลการเรียนอยู่ระดับไหน  ควาสัมพันธ์ของคนรอบข้างเป้นอย่างไร  และอื่นๆ  ถ้าปัจจัยเหล่านี้อยู่ในขั้นตอนพอใจ  มีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่  การเรียนอยู่ในขั้นดี  ก็ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง  ความรักแบบพอดีของคนเหล่านี้จึงสามารถเลยครึ่งแก้ว(น้ำ)มาได้

ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน…

ในการที่เราจะรักใครคนหนึ่งนั้น  เราควรรักแบบพอดี  ไม่หักโหมจนเกินควรคำนึงถึงสิ่งรอบข้างด้วยว่า  เมื่อเรามีรักแล้วมันทำอะไรเสียหายหรือเปล่า  อย่างเช่น  ในเรื่องการเรียนของเราและอื่นๆ  รวมถึงการที่เรารักอย่างมีเหตุผล

การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน…

เราก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์เมื่อเรารู้สึกอยากจะรักใครสักคน  ให้รู้จักพอดีของความรัก  เพื่อที่จะได้ไม่ผิดหวังกับความรักและนั่งเสียใจเป็นเหมือนวัยรุ่นงมงายทั่วไป

ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน…

รักเป็นสิ่งที่ไม่สามารถกะเกณฐ์ได้  แต่เราจะรู้ว่าพอดีได้ด้วยความรู้สึกของคนสองคน

 

สามขุนนาง

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html
เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ
คณะขุนนางเเห่งนครหนึ่งหารือกันเรื่องซ่อมเเซมกำเเพงเมือง
ขุนนางคนหนึ่งมาจากตระกูลช่างไม้ได้เสนอขึ้นว่า
“ใช้ไม้ซุงทำกำเเพง รับรองว่าเเข็งเเรงเเน่นอน”
ขุนนางคนที่สองมาจากตระกูลช่างทำหนังก็เสนอว่า
“ใช่หนังสัตว์สิ ทั้งทนทานเเละเเข็งเเรง”
ขุนนางคนที่สามมาจากตระกูลช่างก่ออิฐก็เสนอว่า
“ไม่ซุงกับหนังสัตว์หรือจะสู้อิฐได้”
 
ข้อคิดที่ได้
คนเราย่อมคิดว่าสิ่งที่ตนถนัดนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

วีรบุรุษจำเป็น

ชื่อผู้แต่ง  อดุลย์ ลิ้บทอง

สำนักพิมพ์  โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว

ปีที่พิมพ์  2522
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
  ศักดิ์  สันติชัย ชายหนุ่มเลือดอีสานที่เติบโตมากับท้องไร่ท้องนา ศักดิ์เป็นลูกกำพร้าอยู่กับยายตามลำพังพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังเด็ก มีความรู้แค่ชั้นประถมศึกษาปีที่4 เท่านั้น เพราะไม่มีทุนทรัพย์ให้เล่าเรียน วันหนึ่งเขานั่งอยู่ใต้ร่มไผ่แล้วคิดอะไรตามลำพังอยู่คนเดียวในความคิดของ ศักดิ์มีแต่ความน้อยใจที่เขาเกิดมาจนไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่นเพราะเขาต้องการ เงินมารักษายายของเขาที่ป่วยอยู่ที่บ้านเวลาผ่านไปสักพักลำดวนแฟนสาวของเขา ก็เข้ามาหาเขาทั้งสองนั่งคุยกัน ศักดิ์ได้ระบายให้ลำดวนฟังถึงปัญหาของเขา การที่ศักดิ์ไม่มีการศึกษาทำให้เขามีความคิดอยากเป็นโจรเพราะจะได้ปล้นคน รวยๆนำเงินมารักษายายและเขาสู่ขอลำดวนเพราะลำดวนเป็นลูกคนมีฐานะเป็นถึงลูก สาวกำนันทำให้ศักดิ์ยิ่งทุกข์ใจแต่ในที่สุดลำดวนก็คิดวิธีให้ศักดิ์ไม่ต้อง เป็นโจรแต่เป็นทหารแทนเพราะตอนนี้อายุของศักดิ์ก็เข้าเกณฑ์ทหารแล้ว ศักดิ์ดีใจมากเพราะมันแตกต่างจากความคิดของเขาถ้าเขาเป็นโจรทำให้อนาคตของ เขาดับลงเลยและเขาจะต้องถูกจับหรือตายแถมเป็นงานที่ไม่สุจริตแต่ถ้าเขาเป็น ทหารเขายังเป็นรั้วของชาติถ้าเขาตายเขาก็ตายอย่างสมเกียรติและยังเป็น วีรบุรุษจำเป็นของชาติอีกด้วย
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
  ยามที่เราลำบากเราไม่จำเป็นจะต้องเป็นโจรเพราะงานสุจริตมีให้ทำมีให้เลือกอีกมากมาย ไม่จำเป็นต้องขายศักดิ์ศรีของตนเอง
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
  ทำให้รู้ถึงโทษของคนที่ทำงานไม่สุจริตว่าสุดท้ายมีจุดจบอย่างพินาตและยัง เป็นแรงจูงใจให้ผมอยากทำงานดีๆอยากใช้ชีวิตในแต่ละวันของผมเป็นคนดีต่อครอบ ครัวและสังคมตลอดไป
ที่มา:http://archive.wunjun.com/nootnoot1111/44/219.html

ลาผู้น่าสงส่าร

ประเภท  เรื่องสั้น
ครั้งที่ 2 วันที่ 2 เดือน2 พ.ศ.2554
ชื่อผู้แต่ง พนม นันทพฤกษ์
สำนักพิมพ์ เมืองมิตร ปีที่พิมพ์ 2538
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
แล้วระฆังใบเก่า  ที่แขวนหน้าอาคารเรียนก็ดังแก้งๆขึ้นเป็นคู่เป็นเสียงที่บ่งบอกว่าโรงเรียน เข้าแล้ว   เด็กๆที่วิ่งเล่นกันตามสถานที่ต่างๆ  ต่างก็จัดแจงเอาเสื้อใส่ ในกางเกงกันอย่างเร่งรีบ   จากนั้นก็รีบทยอยกันไปเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ  ซึ่งปีนี้บองหลาและเอียด  นักเรียนชั้น ป.4 ได้ยืนแถวหลังสุด   นี่เป็นวันแรกของการเปิดเทอมครั้งใหม่  เด็กหลายๆคนรวมทั้งบองหลาได้ใส่เสื้อผ้าที่ขาวนวล ไม่ขาวๆคล้ำเหมือนก่อน   จากนั้นไม่นานเด็กนักเรียนทุกคนก็เริ่มร้องเพลงชาติและกล่าวสวดมนต์  เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ครูผลซึ่งเป็นครูใหญ่  ก็เดินออกไปยืนเด่นอยู่หน้าแถวพร้อมให้โอวาทแก่นักเรียนทุกคน  พอกล่าวจบก็ให้นักเรียนเข้าชั้นเรียน   ไม่นานนัก ครูสมทรงซึ่งเป็นครูประจำชั้นคนใหม่ของห้องบองหลาก็เข้ามาในชั้นเรียนและบอก ให้เลือกตั้งหัวหน้าห้อง  โดยนักเรียนส่วนใหญ่ต่างเสนอชื่อบองหลากันเป็น    ส่วนใหญ่   เมื่อครูสมทรงถามถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลือก  บางคนก็บอกว่าควรให้ให้ผู้ชายเป็นเพราะผู้ชายแข็งแรงกว่าผู้หญิง  เวลามีเรื่องอะไรก็จัดการได้ง่ายกว่าผู้หญิง  แล้วครูก็แย้งกลับไปว่าสมัยนี้ผู้หญิงก็เป็นนายกรัฐมนตรีกันเยอะ  แล้วครูสมทรงก็ถามเหตุผลไปเรื่อยๆจนมาถึงบองหลา  บองหลาก็ตอบว่า คนที่จะเป็นผู้นำคนอื่นต้องมีความสามารถหลายๆด้าน  มีความรับผิดชอบ  มีความรู้ในหน้าที่การงานที่จะต้องทำ  แล้วก็ต้องเป็นคนเห็นแก่คนอื่นเท่าๆกับที่เห็นแก่ตนเองครับ  เอ่อ..ผมคิดว่า. ไม่ทันที่บองหลาจะได้เอ่ยต่อ  ครูสมทรงก็ขัดขึ้นเสียก่อนเพราะไม่ต้องการให้บองหลาปฏิเสธในการเป็นหัวหน้า ห้อง  แล้วครูได้กล่าวว่า  เพื่อนๆเขาไว้วางใจเธอ  เขาพิจารณาแล้วว่าเธอเหมาะสม  เมื่อมีโอกาสที่จะได้ทำงานส่วนรวม  เราก็ควรรับหน้าที่อันมีเกียรตินั้นไว้  การทำงานเพื่อคนอื่น  โดยได้รับความไว้วางใจจากหมู่พวกเป็นสิ่งที่ดี  มันจะช่วยทำให้เรารู้จักกับความรับผิดชอบแบบใหม่  รู้จักการโอนอ่อนหนักเบา  รู้จักการเสียสละ   และในที่สุดคนที่ได้เป็นหัวหน้าห้องก็คือบองหลานั้นเอง
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
การจะเป็นผู้นำที่ดีนั้นไม่ใช่ดูแค่คุณลักษณะภายนอกว่าคนๆนั้นต้อง เป็นผู้ชาย  ดูดี  มีภูมิฐาน  หล่อ รวย  แต่เราควรที่ภายใน  ต้องเลือกคนที่มีความซื่อสัตย์  สุจริต  มีความคิดก้าวไกล  มีความรับผิดชอบ  ยุติธรรม  รู้จักเสียสละ  ในหน้าที่การงานของตนเอง  ดังนั้นคุณลักษณะเหล่านี้สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
ถ้าเราเป็นคนที่ไว้วางใจได้  รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม  ซื่อสัตย์  มีความรับผิดชอบ  ยุติธรรม  เราก็สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้  แต่เราไม่ควรนกยอหรือเสนอตัวเองเป็นผู้นำ  เพราะจะทำให้คนอื่นมองว่าเราเป็นคนโอ้อวด  ถึงแม้จะเป็นผู้ตาม  ก็ควรมีลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น  ถ้าทั้งผู้นำและผู้ตามต่างมีคุณลักษณะที่ดี  ก็สามรถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้
ที่มา:http://archive.wunjun.com/nootnoot1111/44/220.html

สุนัขจิ้งจอกกับสิงโต

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html

เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ

สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งกำลังเดินเล่นอยู่ในป่าเมื่อสิงโตเดินผ่านมา มันก็ตกใจ จนสิ้นสติเพราะไม่เคยเห็นสิงโตมาก่อน

เดือนต่อมามันพบสิงโตอีกครั้งที่ริมลำธาร มันตกใจไม่น้อย เเต่ก็ยังควบคุมสติได้ ไม่ถึงกับเขาสั่นเป็นลมไปอีก

เดือนต่อมามันพบสิงโตที่ทุ่งหญ้าชายป่า มันก็ไม่รู้สึกกลัวอีก เเม้เเต่น้อย เเละยังกล้าวิ่งเข้าไปทักสิงโตอีกด้วยว่า

“สวัสดี ท่านเจ้าป่า วันนี้อากาศดีนะท่าน”

ข้อคิดที่ได้

คนเรามักไม่ยำเกรงผู้ที่คุ้นเคยกันดี

 

สามขุนนาง

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html

เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ

คณะขุนนางเเห่งนครหนึ่งหารือกันเรื่องซ่อมเเซมกำเเพงเมือง

ขุนนางคนหนึ่งมาจากตระกูลช่างไม้ได้เสนอขึ้นว่า

“ใช้ไม้ซุงทำกำเเพง รับรองว่าเเข็งเเรงเเน่นอน”

ขุนนางคนที่สองมาจากตระกูลช่างทำหนังก็เสนอว่า

“ใช่หนังสัตว์สิ ทั้งทนทานเเละเเข็งเเรง”

ขุนนางคนที่สามมาจากตระกูลช่างก่ออิฐก็เสนอว่า

“ไม่ซุงกับหนังสัตว์หรือจะสู้อิฐได้”

ข้อคิดที่ได้

คนเราย่อมคิดว่าสิ่งที่ตนถนัดนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

 กากับนกนางเเอ่น

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html

เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ

นกนางเเอ่นถามกาว่า

” เจ้าว่าขนของข้ากับขนของเจ้า ใครจะงามกว่ากัน ”
กามองขนของตนเเล้วตอบว่า
” ข้าว่าขนของข้าก็สวยดีนะ ”
นกนางเเอ่นขยับปีกพลางว่า
” เเต่เจ้าดูสิ ขอนของข้าดูสวยเป็นพิเศษในฤดูร้อน อย่างนี้ “
กาจึงกล่าวว่า
” ก็จริงนะ เเต่ขนของข้างามทุกฤดู ไม่ว่าฤดูใดมันก็ จะดำเช่นนี้”

ข้อคิดที่ได้

ความงามที่คงทนยั่งยืน ย่อมเป็นความงามที่เเท้จริง

 กาบ้ายอ

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html

เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ

สุนัขจิ้งจอกเห็นกามีเนื้อชิ้นโตอยู่ในปาก จึงเอ่ยว่า

” เพื่อนกาเอ๋ย ตาของเพื่อนช่างงามราวกับตาเหยี่ยว ปีกก็เป็นเงางามดั่งปีกนกอินทรี ข้าอยากรู้นักว่าถ้า เพื่อนร้องเพลง เสียงของเพื่อนจะไพเราะเพราะ พริ้งเพียงใด ”

กาได้ฟังคำป้อยอก็ชอบใจ รีบอ้าปากร้องเพลงอวด สุนัขจิ้งจอกทันใด

เมื่อกาอ้าปาก ชิ้นเนื้อก็ตกลงมาที่พื้น สุนัขจิ้งจอก ก็เข้าไปคาบ เนื้อเเล้ววิ่งจากไปทันที

ข้อคิดที่ได้

คนที่มาเฝ้ายกยอปอปั้น ย่อมหวังได้ประโยชน์จากเรา

 คนขี้เหนียวกับทองคำ

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html

เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ

ชายคนหนึ่งเป็นคนขี้เหนียว เขามักจะเอาสมบัติฝังดิน ไว้รอบๆ บ้านไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์

ต่อมาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทอง ไว้หลาย เเห่ง เขาจึงขายสมบัติทั้งหมดเเล้วซื้อทองคำเเท่งหนึ่ง มาฝังไว้ที่หลังบ้าน เเล้วหมั่นไปดูทุกวัน

คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงเเอบตามไปดูที่หลังบ้าน เเล้วก็ขุด เอาทองเเท่งไปเสีย

ชายขี้เหนียวมาพบหลุมที่ว่างเปล่าในวันต่อมาก็เสียใจ ร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพื่อนบ้านคนหนึ่ง

เพื่อนบ้านจึงเเนะนำประชดประชันว่า

“ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไรท่านก็ไม่เอาเอามาใช้อยู่เเล้ว”

ข้อคิดที่ได้

ของมีค่า ถ้าไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์ก็ย่อมเป็นของไร้ค่า

 

เด็กโลภ

จากหนังสือ  http://www.fungdham.com/fable/fable085.html

เรื่องย่อ / ใจความสำคัญ

เด็กชายคนหนึ่งอยากกินลูกเกาลัดมาก จึงล้วงมือลงไปในโถ เเล้วกอบลูกเกาลัดจนเต็มกำมือเเละไม่สามารถเอามือออกจาก ปากโถเเคบๆ ได้

เด็กชายจึงร้องไห้อยู่อย่างนั้นเพราะไม่ยอมปล่อยลูกเกาลัด ออกจากมือ

เมื่อผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเข้าจึงว่า

“ทำไมไม่ปล่อยลูกเกาลัดในมือเสียก่อน ถ้าล้วงหยิบเกาลัด ทีละลูกเดียว ก็สามารถหยิบกินได้จนอิ่มเหมือนกัน มือก็ไม่ติด ปากโถด้วย”

ข้อคิดที่ได้

ได้ทีละน้อย ก็สามารถเก็บให้เป็นมากได้

 

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

                          วันที่ ๒๒           เดือน กุมภาพันธุ์           พ.ศ. ๒๕๕๙
                         ที่มา : ฉัตรชัย แสนใจ                           ชื่อเรื่อง : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
                         พิมพ์ครั้งที่ ๑
                         สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว
                         หน้า ๑๑-๒๖
        อุทยานแห่งชาตภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ อำเภอ ภูกระดึง ในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม  ในแต่ละปีจึงมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวมักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงจำนวน มาก ภูกระดึงได้รับการจัดตั้งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ และเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ โดยเป็นอุทยานแห่งชาตลำดับที่  ๒ ถัดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ ๓๔๘.๑- ตารางกิโลเมตร ( ๒๑๗,๕๗๕ ไร่ ) ลัดษณะภูมิประเทศเป็นภูเขหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ ๖๐ ตารางกิโลเมตร (๓๗,๕๐๐ ไร่ ) มีความสูงอยู่ระหว่าง ๔๐๐-๑,๒๐๐ เมตรจากระดับนำ้ทะเลจุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณ “คอกเมย” มีความสูง ๑,๓๑๖ เมตร

มวยสากล

วันที่ ๘        เดือน      กุมภาพันธุ์        พ.ศ. ๒๕๕๙
                                ที่มา : วัฒนา  สงวนสมเวียง               ชื่อเรื่อง : มวยสากล
                                พิมพ์ครั้งที่ ๑
                                สำนักพิมพ์ :  บริษัท สกายบุ๊กส์ จำกัด
                                หน้า ๑-๑๐
           มวยสากลเป็นศาสตร์และศิลป์ ที่ว่าเป็นศาสตร์เพราะเป็นวิชาการที่ทุกท่านอาจจะศึกษาความรู้ได้เช่นวิชา แขนงอื่นๆ และที่เป็นศิลป์ก็เพราะว่า มวยมากไปด้วยกลยุทธ์และลวดลายซึ่งอยากที่จะเรียนรู้และปฏิบัติอย่างเจนจบ ศิลปะอย่างสูงของนักมวยคนนึงยากที่มวยอีกคนนึงจะพึงปฏิบัติสืบต่อกันไปได้ ดังที่ทุกท่านตระหนักดีอยู่ว่า มวยเป็นศิลปะของการต่อสู้ป้องกัน ตัวอย่างหนึ่งธรรมชาติของบุคคล ศิลปะของมวยจึงผิดแผกแตกต่างกันไปตามลักษณะหรอแบบของการต่อสู้ป้องกันตัว ปัจจุบันมีมวยอยู่ ๒ ชนิด คือ มวยปลำ้และมวยชก มวยชกก็ยังแยกออกไปเป็น ๒ แบบ คือ ชกด้วยหมับวกด้วยการต่อสู้เท้าตามแบบของมวยไทยและชาติเพื่อนบ้าน และชกด้วยหมัดอย่างเดียวอันเป็นที่นิยมกันทั่วโลก ซึ่งเรียกว่า         ” มวยสากล”

มหัศจรรย์แห่งมะละกอ

ชื่อเรื่อง    มหัศจรรย์แห่งมะละกอ

ชื่อผู้แต่ง    ชมัยภร   แสงกระจ่าง
สำนักพิมพ์    ภูมิบัณฑิต      ปีที่พิมพ์     พุทธศักราช   2544
สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการอ่าน
        มะละกอ เป็นอาหาร หลักในชีวิตประจำวันของภาคอีสาน  เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรบำบัดรักษาโรค  มีชื่อเรียกต่างกันตามท้องถิ่น  มะละกอเป็นพืชมหัศจรรย์ ทุกส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ผลนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด อุดมไปด้วยวิตามินเอและสารเบต้าแคโรทีนต่อต้านโรคมะเร็ง มีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เนื้อของผลดิบและผลสุกช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรค  ใบ เมล็ด ราก ดอกมีสรรพคูณทางยา แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ถ้ารับประทานมากเกินไป จะท้องเสียหรือทำให้ตัวเหลือง  ฉะนั้นการนำส่วนต่างๆของมะละกอไปใช้เป็นยาสมุนไพร จำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติให้ถูกต้อง และควรช่วยกันปลูกมะละกอไว้ประจำบ้าน
                                                                                             
ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
                                         1.  รู้จักสมุนไพรและประโยชน์ที่ได้รับจากมะละกอ
                                         2.  สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
                                         3.  สามารถรับรู้โทษที่ได้รับจากมะละกอ
                                         4.  มะละกอมีทั้งประโยชน์และโทษดังนั้นควรศึกษาและปฏิบัติให้ถูกต้อง
                                         5.  มะละกอเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีความมหัศจรรย์หลายๆอย่าง
                                                                              
การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน
                                         1.  สามารถนำมะละกอไปใช้อย่างถูกวิธี
                                         2.  สามารถนำมะละกอไปแปรรูปเป็นอาหารชนิดต่างๆได้
                                         3.  สามารถหารายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้
                                         4.  สามารถนำมะละกอไปเป็นยารักษาโรคต่างๆได้
                                         5.  ทุกส่วนของมะละกอสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
                                                                                   
ข้อความที่ประทับใจ/ข้อคิดเห็นของนักเรียน
           สรรพคุณของโรคต่างๆ ล้วนอยู่ใกล้ตัวของเราเอง แต่ขึ้อยู่กับตัวเราว่าจะเห็นคุณค่าของมันมากน้อยสักเท่าไร หากเราได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพืชต่างๆ เราก็จะได้รู้ว่ามันมีคุณค่าและประโยชน์มากมาย

 ครอบครัวอบอุ่น


ผู้เขียน ทองดี สุรเตโช
ที่มา แหล่งรวมเรื่องสั้น.blogspot.com
คำ ว่า ครอบครัว เป็น คำที่มีความหมายมาก คือ หมายถึงความรักความอบอุ่น ความเป็นอันเดียวกัน สมัยลูกเป็นเด็กๆ เราอยู่รวมกันเป็นครอบครัว มีเสียงหัวเราะสนุกสนาน มี เสียงวิ่งเล่นวิ่งไล่กัน ได้ทานอาหารรวมกัน ได้อะไรด้วยกัน ดูมันมีชีวิตชีวา แม้พ่อแม่จะทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมา พอเห็นหน้าลูกๆ มาคอยต้อนรับหน้าประตู ถามว่าเหนื่อยไหมแล้วช่วยถือกระเป๋าถือของให้ เท่านี้ก็หายเหนื่อยแล้ว เห็นลูกกินได้นอนหลับ พ่อกับแม่ก็สบายใจนี่แหละลูกเอ่ยที่เขาว่าครอบครัวที่อบอุ่น ตอนนี้ลูกก็โตกันแล้ว หากสามารถเสบเป่าได้ พ่อกับแม่ก็อยากจะเสบเป่าให้ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น พร้อม หน้าพร้อมตากัน เหมือนตอนเป็นเด็กทานข้าวด้วยกัน ถามไถ่สุขของกันและกัน ได้อุ่มหลานตัวน้อยๆ เท่านี้ก็ยืนอายุให้พ่อกับแม่ได้อีกหลายปีแล้วลูกเอ่ย
ข้อคิดและประโยชน์ที่ได้รับ 1. รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2. รู้จักความเป็นอยู่ของครอบครัวว่าเวลาพ่อแม่ทำงานหาเงินมาซื้อกับข้าว พ่อกับแม่ต้องทนเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหน เพื่อจะให้ลูกๆอยู่กินมีความสุข

 

รอยตะปูที่รั้วหลังบ้าน

ผู้เขียน Bankzdc5
ที่มา love4home.com
มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขาถุงหนึ่ง และบอกกับเขาว่าทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโหหรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเข้าไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ ในที่สุดเด็กน้อยก็คิดได้ว่าควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ  เขาจึงเข้าไปพบพ่อและบอกกับพ่อว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว พ่อยิ้มและบอกกับลูกชายว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจาก รั้วหลังบ้าน 1 ตัว จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออกมา เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขา ว่า ฉันทำได้จนสำเร็จ !! พ่อไม่ได้พูดอะไรแต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน และบอกกับลูกว่าเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ เห็นไหมว่ามันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนกับที่มันเคยเป็น
ข้อคิดและประโยชน์ที่ได้รับ คำขอ โทษไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตามแต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วคือ รอยร้าวที่เขาคงมันไม่อาจลืมได้

ธนาคารเวลา


ผู้เขียน Bankzdc5
ที่มา ความรู้.com
ลองจินตนาการว่ามีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าบัญชีให้คุณทุกเช้า เป็นเงิน 86,400 บาท ไม่มีการยกยอดคงเหลือไปวันรุ่งขึ้น ทุกตอนเย็นจะลบยอดคงเหลือทั้งหมดที่คุณไม่ได้ใช้ระหว่างวัน คุณจะทำอย่างไร? แน่นอนที่สุดคุณต้องถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ใช่ไหม
เราทุกคนมีธนาคารอย่างนั้นเหมือนกัน ธนาคารแห่งนี้ชื่อว่า เวลา มันเข้าบัญชีให้คุณ 86,400 วินาที ทุกคืนมันจะถูกล้างบัญชีถือว่าขาดทุนตามจำนวนที่คุณพลาดโอกาสที่จะลงทุนใน สิ่งดีๆ มันไม่สะสมยอดคงเหลือ ไม่ให้เบิกเกินบัญชี ในแต่ละวันจะเปิดบัญชีใหม่ให้คุณ ทุกค่ำคืนจะลบยอดคงเหลือของทั้งวันออกหมด ถ้าคุณเสียโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ในระหว่างวัน ผลขาดทุนเป็นของคุณ ไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้ ไม่มีการถอนของวันพรุ่งนี้มาใช้ได้ คุณต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันด้วยยอดเงินฝากของวันนี้ ให้ลงทุนจากเงินฝากเหล่านี้เพื่อได้ผลตอบแทนมาสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสุขภาพ ความสุข และความสำเร็จ นาฬิกากำลังเดิน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ข้อคิดและประโยชน์ที่ได้รับ ทำทุกขณะที่คุณมีให้มีคุณค่า และจำไว้เสมอว่าเวลาไม่คอยใครแม้สักคนเดียว

 

ตำนานปูสมิงขาว ผู้แต่ง สมบัติ

สรุปสาระสำคัญของเรื่อง ปูสมิงขาวมีวิชาอาคมสามารถจะเปลี่ยนร่างเป็นเสือได้ก็สามารถเรียกลมมาได้มา เป็นบริเวรลณของแก่เป็นสัตว์แต่แก่ไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วแก่สามารถข้ามฝังแม่นํ้าไปยังแม่หนึ่งได้ใช้เถาว์วัลและอยู่ มาวันหนึ่งได้มีเรือสำเภาของชาวจีนได้วิ่งผ่าน แม่นํ้าสายนั้นแล้วกระตุนลูกเรือได้ไปตัดเภาว์วัลและปูสมิงขาวรู้เพราะบริ วานปูสมิงขาวมาบอกและปูสมิงขาวจึงโกธรมากจึงใช้วิชาอาคมที่ได้รำเรียนมา ว่าดังนั้น โอ้มด้วยอำนาจของข้าจึงเกิดคลื่นยักษ์ได้ใสเรือชาวจีน ณ บัดนี้ ทำให้เรือชาวจีนแตกและไม่มีใครรอดชีวิตมาได้

ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน คิดก่อนทำ อย่าทำก่อนคิด

การนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ทำอะไรสักอย่าง ต้องคิดก่อนจะทำ

ข้อความที่ประทับใจ โอ้มด้วยอำนาจของข้าจึงเกิดคลื่นยักษ์และ พายุขึ้นนะบัดนี้

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments